Tags: รับทำวิจัย รับวิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ spss ปรึกษางานวิจัย รับทํางานวิจัย ด่วน รับจ้างทําวิจัย รับงานคีย์ข้อมูล แบบสอบถาม รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทำวิจัยออนไลน์ รับวิเคราะห์ spss รับคีย์ ข้อมูล spss ชุด ละ รับทำ spss ด่วน รับแปลผล spss รับจ้าง run spss วิเคราะห์spss+แบบสอบถาม วิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูล SPSS

จริยธรรม

Tags: รับวิเคราะห์ spss ชลบุรี รับวิเคราะห์ข้อมูล SPSS วิเคราะห์spss+แบบสอบถาม งาน คีย์ ข้อมูล spss รับวิเคราะห์ spss พิษณุโลก รับจ้างทําวิจัย รับวิเคราะห์ spss ราคา รับ คีย์ ข้อมูล spss ชุด ละ รับทำ spss ด่วน รับแปลผล spss รับทำวิจัย ขอนแก่น รับทำ spss งานวิจัย spss สารนิพนธ์ รับจ้าง run spss วิเคราะห์spss+แบบสอบถาม งาน คีย์ ข้อมูล spss รับวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ spss ราคาเท่าไร รับวิเคราะห์ spss เชียงใหม่ จ้างทํา วิจัย จ้างทําวิทยานิพนธ์ ที่ไหนดี รับทําวิทยานิพนธ์ spss รับเก็บข้อมูล รับแปลเอกสาร เชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก วิเคราะห์ SPSS ชลบุรี ระยอง วิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูล spss พิษณุโลก Tags: วิตามินบี 9, วิตามิน, สารสกัดวิตามินบี 9, สารสกัด
     นโยบายของประเทศในทศวรรษที่ผ่านมาให้ความสำคัญต่อ " การพัฒนาคน " ให้เป็นคนดีที่เก่งและมีสุข โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ได้ทรงเน้นแนวทางพัฒนาตามหลักแนวคิดการพึ่งตนเอง โดยใช้หลักพอประมาณ การคำนึงถึงความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ การพัฒนาอย่างเป็นลำดับขั้นตอนที่ใช้ความรู้ คุณธรรม และความเพียรในการปฏิบัติและการดำรงชีวิต ทั่วโลกให้การยอมรับที่ได้ผ่านการพิจารณาด้านวิชาการว่าได้ผลจริงและยั่งยืน ประการสำคัญสอดคล้องกับบริบทของ สังคมไทย รวมทั้งได้ผลดีกว่าการพัฒนาโดยเลียนแบบตะวันตกซึ่งพบว่า ประสบความล้มเหลวและทำให้สูญเสียงบประมาณ (ดวงเดือน พันธุมนาวิน, 2554)

Tags: รับทำวิจัย รับวิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ spss ปรึกษางานวิจัย รับทํางานวิจัย ด่วน รับจ้างทําวิจัย รับงานคีย์ข้อมูล แบบสอบถาม รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทำวิจัยออนไลน์ รับวิเคราะห์ spss รับคีย์ ข้อมูล spss ชุด ละ รับทำวิจัย ขอนแก่น รับทำ spss งานวิจัย spss สารนิพนธ์ รับจ้าง run spss วิเคราะห์spss+แบบสอบถาม งาน คีย์ ข้อมูล spss รับวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ spss ราคาเท่าไร รับวิเคราะห์ spss เชียงใหม่ จ้างทํา วิจัย จ้างทําวิทยานิพนธ์ ที่ไหนดี รับทําวิทยานิพนธ์ spss รับเก็บข้อมูล รับแปลเอกสาร เชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก วิเคราะห์ SPSS ชลบุรี ระยอง วิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูล spss พิษณุโลก Tags: โควิด-19 ฟ้าทะลายโจร
การที่คนเราจะทำความดีหรือไม่ มากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับสาเหตุทั้งภายในและภายนอก
สาเหตุภายใน คือ ลักษณะทางจิตใจต่าง ๆ เช่น การไม่เห็นแก่ตัวแต่เห็นแก่ส่วนรวมการมุ่งอนาคตและความสามารถควบคุมตนเอง ความเชื่อว่าทำความดีจะนำไปสู่ผลดี และการทำชั่วจะต้อง โดนลงโทษ นอกจากนั้นยังเกี่ยวข้องกับลักษณะทางจิตใจทางด้านอื่น ๆ คือ ความพอใจและเห็นด้วยกับความดีต่าง ๆ และเห็นความสำคัญของความดีเหล่านั้น เช่น ความซื่อสัตย์ การเคารพกฎระเบียบและ กฎหมาย ความสามัคคี เป็นต้น ลักษณะทางจิตใจเหล่านี้ที่สำคัญมีอะไรบ้างได้มีการกำหนด โดยการวิจัยเพื่อวิเคราะห์สาเหตุของพฤติกรรมของคนไทยซึ่งจะได้กล่าวต่อไป เมื่อกำหนดลักษณะทางจิตใจที่สำคัญ ต่อการเป็นคนมีจริยธรรมสูงแล้ว ในคู่มือนี้จะได้กล่าวถึงวิธีการพัฒนาจิตใจต่อไปด้วย

ส่วนสาเหตุภายนอกตัวบุคคล การที่บุคคลนั้นจะทำความดี หรือละเว้นการกระทำที่ไม่น่าปรารถนามากน้อยเพียงใดนั้น สาเหตุสำคัญคือ คนรอบข้าง กฎระเบียบ สังคม วัฒนธรรม และสถานการณ์ในขณะนั้นที่บุคคลประสบอยู่ นอกจากนั้นระเบียบข้อบังคับในหน่วยงาน สภาพแวดล้อมในการทำงาน การมีหรือขาดแคลนสิ่งเอื้ออำนวยในการทำงาน ตลอดจนบรรยากาศทางสังคมในที่ทำงานกลุ่มเพื่อนและวัฒนธรรมขององค์กร จะมีผลต่อพฤติกรรมการทำงานและสุขภาพจิต ตลอดจนความสุขความพอใจในการทำงาน ในสภาพแวดล้อมที่บุคคลทำนายไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และจะก่อให้เกิดผลดีหรือผลเสียต่อบุคคล ตัวอย่างเช่น ผู้บังคับบัญชามีอารมณ์แปรปรวนเดี๋ยวดีเดี๋ยวโมโห หรือสถานการณ์คลุมเครือ ลูกน้องไม่ทราบว่าทำต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องเหมาะสมและจะไม่โดนตำหนิหรือบ่นว่าสถานการณ์เหล่านี้จะมีผลต่อจิตใจและพฤติกรรมของลูกน้องทั้งสิ้น ส่วนการควบคุมผลดีและผลเสียที่จะเกิดกับตน ก็ขึ้นอยู่กับระบบ กฎเกณฑ์ และสภาพงานแบบราชการ (Bureaucracy) ของหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย ดังนั้น สาเหตุภายนอกที่ส่งผลต่อจิตใจและพฤติกรรมของบุคคลในสภาพการทำงาน จึงมีทั้งสภาพแวดล้อมทางกายภาพ และลักษณะทางสังคมในหน่วยงานนั้น ๆ

บุคคลแต่ละคน จะอยู่ภายใต้อิทธิพลของจิตใจของตน และสภาพแวดล้อมภายนอกไปพร้อมกัน ในการที่เขาจะกระทำหรือไม่กระทำพฤติกรรมต่างๆ ท่านอาจจะสงสัยว่าจิตใจหรือสภาพภายนอก จะมีอิทธิพลต่อบุคคลมากกว่ากัน ในการที่บุคคลนั้นจะทำความดีและละเว้นการทำชั่วก็ตอบได้ว่า ใครจะอยู่ภายใต้อิทธิพลของสภาพแวดล้อมมากน้อยหรือไม่นั้นย่อมขึ้นอยู่กับคุณภาพทางจิตใจของเขา คนที่ จิตใจยังไม่พัฒนาไปสู่ขั้นสูง เช่น เด็ก หรือคนที่จิตใจต่ำ แม้จะเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม จะเป็นผู้ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสภาพแวดล้อมภายนอก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่จิตใจต่ำนั้นจะทำความดีละเว้นชั่ว ในสถานการณ์ทีมีคนออกคำสั่ง คอยสอดส่อง และควบคุมบังคับเท่านั้น เขาจะทำความดีเพราะต้องการรางวัลหรืองดเว้นการทำสิ่งที่ไม่ดี เพราะกลัวโดนลงโทษ กลัวคนอื่นเห็น กลัวโดนจับได้เท่านั้น คนประเภทนี้ หัวหน้าต้องควบคุมบังคับให้ทำงานอย่างใกล้ชิดจึงจะได้ผลงานดี

ส่วนผู้ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสภาพแวดล้อมน้อย จะกระทำหรือไม่กระทำสิ่งใดขึ้นอยู่กับการพิจารณาโดยตนเองอย่างรอบคอบ โดยไม่เห็นแก่ตัว แต่ทำตามกฎระเบียบ ทำงานเพื่องานอย่างเต็มความสามารถ ด้วยใจรัก และทำเพื่อหน่วยงานและส่วนรวมเป็นสำคัญ ผู้ที่มีจิตแกร่ง ไม่พ่ายแพ้ต่อสภาพที่ยั่วยุให้ทำชั่ว มีระเบียบวินัย ควบคุมบังคับตนเองได้ ทำความดีเสมอ แม้จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้อื่นก็ตาม คนประเภทที่จัดเป็นผู้ที่มีจิตใจสูงซึ่งมีอยู่น้อยในแต่ละสังคม

สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา นักวิชาการในสาขานี้มีความสนใจศึกษาลักษณะที่น่าปรารถนาหรือมีคุณค่าของบุคคลหรือกลุ่ม และลักษณะนั้นที่ส่งผลต่อการเลือกวิธีและเป้าหมายในการกระทำ ลักษณะที่นักวิชาการสนใจศึกษามักเป็นลักษณะที่เกี่ยวข้องกับค่านิยม เริ่มทำการศึกษาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 (Spates, 1983) โดย Rokeach (1973) ได้ให้ความหมายของ ค่านิยม หมายถึง “ ความเชื่อว่าสำคัญ ” (Belief to be important)

ในสาขาจิตวิทยา คำทั้งสามมีใช้อยู่ และมีความหมายแตกต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อนำไปสู่ “การวัด” ในเนื้อหาและมิติที่แตกต่างกัน นักวิชาการได้ให้ความหมายของคำว่า “ค่านิยม" (Value) สรุปรวมได้ว่า หมายถึง สิ่งที่บุคคลเห็นว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าสิ่งอื่น ๆ ในกาลเทศะหนึ่ง ๆ แตกต่างไปตามกลุ่มบุคคลและวัฒนธรรม เช่น การมีการศึกษาสูง ความกตัญญูต่อบิดามารดา และครูอาจารย์ในบางสังคมและวัฒนธรรมเห็นว่า สองสิ่งนี้สำคัญมาก แต่บางสังคมเห็นว่าการศึกษาสูง ๆ ไม่สำคัญ ส่วนความกตัญญูเป็นสิ่งสำคัญในอันดับต่ำๆ เนื่องจากมีสิ่งอื่นสำคัญกว่าความกตัญญู เช่น ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และความเสียสละ เป็นต้น

“คุณธรรม” (Virtue) นักวิชาการในสาขานี้ ให้ความหมายโดยสรุปว่า เป็นสิ่งที่บุคคลเห็นว่าดีงามมาก มีประโยชน์มาก และเลวน้อย มีประโยชน์น้อย ในกาลเทศะหนึ่ง ๆ เช่น ความเอื้อเฟื้อ ความ อดทน ความขยันขันแข็ง ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ การมีระเบียบวินัย เป็นต้น สิ่งที่เป็นคุณธรรมในแต่ละสังคมอาจจะแตกต่างกัน การที่บุคคลในสังคมจะเห็นว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่นั้น ขึ้นกับวัฒนธรรม เศรษฐกิจ ศาสนา และการศึกษาของสังคม นักวิชาการจึงเห็นว่าการนำเอาคุณธรรมในสังคมหนึ่งไปยัดเยียดตัดสินคุณธรรมอีกสังคมหนึ่ง ย่อมไม่เหมาะสม ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว คุณธรรมมักมี ความเกี่ยวข้องกับหลักทางศาสนา อย่างไรก็ตาม ลักษณะบางด้านอาจเป็นได้ทั้งคุณธรรมและค่านิยมในเวลาเดียวกัน เนื่องจากสังคมเห็นว่า ลักษณะด้านนั้นเป็นสิ่งที่ดีงามและมีความสำคัญมากด้วย เช่น “รักสามัคคี” ในสมัยก่อน “รักสามัคคี” เป็นเพียงแค่คุณธรรมที่ทุกคนยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้ทรงตระหนักถึงความสำคัญของคุณธรรมตัวนี้ ดังนั้นใน ปัจจุบันจึงอาจกล่าวได้ว่า “รักสามัคคี” เป็นทั้งคุณธรรมและค่านิยม “ค่านิยม” (Value) เป็นลักษณะทางจิตที่นักวิชาการให้ความหมายอย่างน้อย 4 ประการ ได้แก่ ประการแรก ค่านิยม หมายถึง สิ่งสำคัญซึ่งนักวิชาการสามารถวัดได้ในหลายรูปแบบ เช่น การให้เรียงลำดับความสำคัญของลักษณะต่าง ๆ (Rokeach, 1973 : สุนทรี โคมิน และสนิท สมัครการ, 2522) การเปรียบเทียบลักษณะเป็นคู่ ๆ (เปรมสุรีย์ เชื่อมทอง, 2536) และ การวัดโดยมาตรประเมินรวมค่า (อุบล เลี้ยววาริณ, 2534) เป็นต้น ประการที่สอง ค่านิยม หมายถึง การรวมกลุ่มของความเชื่อความคิด และความรู้สึกต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อบุคคลในการเลือก/การประเมินบุคคลและสถานการณ์อื่นและความคิดเห็น ซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมของบุคคล (Robinson & Shaver, 1973) ประการที่สาม ค่านิยม หมายถึง สิ่งที่น่าปรารถนาของบุคคล ในด้านต่าง ๆ เช่น การเมือง สังคม เศรษฐกิจ ศาสนา เป็นต้น และประการสุดท้าย ค่านิยม หมายถึง สิ่งที่น่าปรารถนา มีลักษณะที่ดีงาม ถูกต้อง ใกล้เคียงกับคุณธรรมและจริยธรรม

ค่านิยมอาจปรากฏใน 4 ระดับ คือ
1) ระดับโลก หรือนานาชาติ เป็นค่านิยมที่ประชาชนในโลกมีความเห็นที่สอดคล้องกัน ซึ่งค่านิยมเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เช่น ในอดีต ค่านิยมเกี่ยวกับความรักชาติ มีความสำคัญ แต่ในปัจจุบัน ค่านิยมเกี่ยวกับการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดกลับมีความสำคัญเพราะการมีเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมคนได้ทั้งโลก และการเน้นเกี่ยวกับธุรกิจการค้าทำให้ลดความเป็นชาตินิยมลง เป็นต้น
2) ระดับประเทศ หรือสังคม ในแต่ละประเทศมีค่านิยมที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม รากฐานของประเทศชาตินั้น เช่น บางประเทศให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์หรือพวกพ้อง (Collectivism) ในขณะที่บางประเทศกลับให้ความสำคัญเกี่ยวกับความเป็นตัวของตัวเอง เน้นอัตตบุคคล (Individualism) (Triandis, 1995: Triandis & Gelfand, 1998)
3) ระดับกลุ่มในสังคมหนึ่ง ๆ คน ในประเทศเดียวกัน แต่มีความแตกต่างกันในด้านต่าง ๆ เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ฐานะ การศึกษา เป็นต้น บุคคลแต่ละกลุ่มนี้ก็จะมีค่านิยมที่แตกต่างกัน (Kohn, 1969)
4) ระดับภายในบุคคล มักเป็นค่านิยมที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัย (Kohlberg, 1976) เนื่องจากความสามารถทางการรู้ การคิด หรือสติปัญญามีการเปลี่ยนแปลง หรือมีประสบการณ์ทางสังคมเพิ่มขึ้น เช่น ค่านิยมในการทำงาน (Hofstede, 1980) เป็นต้น

“จรรยาบรรณ หรือจรรยาในการปฏิบัติงาน” (Work Ethics) หมายถึง คุณความดีที่บุคคลที่ทำงานยึดเป็นข้อปฏิบัติ โดยกฎหมายใช้เป็นสิ่งบังคับบุคคลโดยทั่วไป ส่วนผู้ประกอบอาชีพควรมีมาตรฐานคุณธรรมและจริยธรรม (Code of Ethics) เพื่อเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพว่าควรปฏิบัติหน้าที่อย่างไรจึงมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรดำรงตนในสังคมอย่างไรจึงมีความเหมาะสม เพื่อรักษาไว้ให้เป็นเกียรติภูมิแห่งอาชีพ ซึ่งในความหมายนี้ ถือเป็น Ethical Standard คือ การแสวงหาความดีที่ควรยึดถือว่าควรเป็นอย่างไร และนำมาใช้เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติ มีความหมายครอบคลุมกว้างขวางกว่ากฎหมาย และกฎระเบียบ แต่มีจุดอ่อนคือ ขาดบทบังคับการลงโทษเมื่อมีการละเมิด ซึ่งในบางประเทศ บางสังคมจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร กำหนดเป็นข้อบังคับให้ประพฤติปฏิบัติ โดยมีองค์การควบคุม เช่น ประมวลมาตรฐานพฤติกรรมของแต่ละอาชีพ (Code of Conduct) ซึ่งเป็นพฤติกรรมตามจรรยาวิชาชีพ

คุณธรรมและค่านิยมต่าง ๆ เป็นสาเหตุของการทำดีละเว้นความชั่ว ซึ่งคนมักเข้าใจว่า หากบุคคลมีคุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสมแล้ว จะเป็นผู้มีพฤติกรรมทางจริยธรรมที่เหมาะสมด้วย แต่จากการศึกษาวิจัยทางจิตวิทยาพบว่า การที่บุคคลรู้ว่าอะไรดี ชั่ว เหมาะสมหรือสำคัญนั้นไม่เพียงพอทำให้เขามีพฤติกรรมตามนั้น (Wright, 1975) คนที่ทำผิดกฎหมายมิได้ทำไปเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ทำผิดทั้งที่รู้ว่าเป็นความผิด นักวิชาการพบว่า ลักษณะทางจิตใจที่จำเป็นต้องมีอยู่ในบุคคลและทำให้คน ทำความดีอย่างจริงจังและสม่ำเสมอคือ จริยธรรม

คำว่า “จริยธรรม” (Morality) (Piaget, 1932: Kohlberg, 1976) เป็นระบบของการทำความดีละเว้นความชั่ว มีทั้งปัจจัยนำเข้า (Input) ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงเหตุทั้งทางด้านจิตใจและ สถานการณ์ของจริยธรรมและพฤติกรรมจริยธรรม รวมทั้งมีปัจจัยส่งออก (Output) ซึ่งเป็นผลของการมีจริยธรรมหรือมีพฤติกรรมจริยธรรม ซึ่งผลนี้อาจอยู่ในรูปแบบทั้งจิตลักษณะและพฤติกรรมของบุคคล ผู้กระทำ และผลต่อบุคคลอื่น ต่อกลุ่ม ต่อสิ่งแวดล้อม และต่อโลก จริยธรรมจะเกิดขึ้นเมื่อค่านิยมหรือคุณธรรม ตั้งแต่ 2 ตัวขัดแย้งกัน ทำให้บุคคลต้องตกอยู่ในสภาพที่ต้องตัดสินใจหรือแก้ปัญหาในการ เลือกที่จะปฏิบัติตามคุณธรรมหรือค่านิยมตัวใดตัวหนึ่ง เช่น ความกตัญญูต่อบุคคล ขัดแย้งกับความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เป็นต้น บุคคลที่ตัดสินใจเลือกคุณธรรมหรือค่านิยม ตัวที่มีประโยชน์แก่ส่วนรวม มากกว่าที่เป็นประโยชน์แก่เฉพาะตนหรือพวกพ้องในกลุ่มเล็ก ๆ จึงมักเป็นบุคคลที่มีจริยธรรมสูงดังนั้น จริยธรรมจึงมีความหมายครอบคลุมทั้งสาเหตุ กระบวนการ และผลของการกระทำความดีละเว้นความชั่ว

สำหรับจริยธรรมในการทำงาน คือ ระบบการทำความดีละเว้นความชั่วในเรื่องที่รับผิดชอบและเกี่ยวข้องกับผู้ปฏิบัติ เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การทำงาน เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานและผลงาน ตลอดจนเกี่ยวข้องกับผู้รับประโยชน์หรือโทษจากผลงานนั้น (ดวงเดือน พันธุมนาวิน, 2538)

สิทธิโชค วรานุสันติกูล, (2549) ได้ให้ความหมายของคำว่า จริยธรรม มีดังนี้
ประการที่หนึ่ง จริยธรรมในแบบการคิดหาเหตุผลที่ใช้ในการตัดสินใจที่จะกระทำหรือไม่กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ประการที่สอง จริยธรรมในแบบความรู้สึกทางจิตใจ การศึกษาจริยธรรมของบุคคลในข้อนี้คือศึกษาค่านิยม ความเชื่อและความรู้สึกชอบและไม่ชอบ
ประการที่สาม จริยธรรมในแบบของการแสดงออกภายนอก คือ การศึกษาจริยธรรมเป็นส่วนที่เป็นพฤติกรรมภายนอกของบุคคล เช่น พฤติกรรมซื่อสัตย์ เอื้อเฟื้อ เป็นต้น

ความสัมพันธ์ของจริยธรรมในจรรยาข้าราชการนั้น ศาสตราจารย์ ดร. ชัยพร วิชชาวุธ (2552) ได้ให้ความหมายไว้ดังนี้
จริยธรรม เป็นหลักการ (Principle) ที่บุคคลยึดถืออยู่ในใจในการตัดสิน ความถูก-ผิด ดี-เลว ควร-ไม่ควรทำ ของพฤติกรรมต่าง ๆ จริยธรรมของบุคคล อาจกำหนดตามหลักกฎหมาย ความเชื่อ และค่านิยมของบุคคลนั้น ๆ
จรรยา เป็นความประพฤติและการปฏิบัติ ที่ถือว่ามีความถูกต้อง ดีงาม ควรทำ ตามหลัก จริยธรรมของกลุ่มบุคคลในอาชีพหนึ่ง ๆ เช่น จรรยาแพทย์ จรรยาข้าราชการ ฯลฯ และอาจกำหนดอย่าง ชัดเจนเป็นข้อ ๆ เรียกว่า จรรยาบรรณ (Code of Ethics)

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เผยแพร่ให้ความรู้ เพื่อเป็นประโยชน์แก่นักศึกษา และบุคคลทั่วไป
ไม่ใช่เพื่อการค้า อนุญาตแบบเดียวกัน

หน้าแรก