Tags: รับทำวิจัย รับวิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ spss ปรึกษางานวิจัย รับทํางานวิจัย ด่วน รับจ้างทําวิจัย รับงานคีย์ข้อมูล แบบสอบถาม รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทำวิจัยออนไลน์ รับวิเคราะห์ spss รับคีย์ ข้อมูล spss ชุด ละ รับทำ spss ด่วน รับแปลผล spss รับจ้าง run spss วิเคราะห์spss+แบบสอบถาม วิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูล SPSS

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

Tags: รับวิเคราะห์ spss ชลบุรี รับวิเคราะห์ข้อมูล SPSS วิเคราะห์spss+แบบสอบถาม งาน คีย์ ข้อมูล spss รับวิเคราะห์ spss พิษณุโลก รับจ้างทําวิจัย รับวิเคราะห์ spss ราคา รับ คีย์ ข้อมูล spss ชุด ละ รับทำ spss ด่วน รับแปลผล spss รับทำวิจัย ขอนแก่น รับทำ spss งานวิจัย spss สารนิพนธ์ รับจ้าง run spss วิเคราะห์spss+แบบสอบถาม งาน คีย์ ข้อมูล spss รับวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ spss ราคาเท่าไร รับวิเคราะห์ spss เชียงใหม่ จ้างทํา วิจัย จ้างทําวิทยานิพนธ์ ที่ไหนดี รับทําวิทยานิพนธ์ spss รับเก็บข้อมูล รับแปลเอกสาร เชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก วิเคราะห์ SPSS ชลบุรี ระยอง วิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูล spss พิษณุโลก Tags: วิตามินบี 9, วิตามิน, สารสกัดวิตามินบี 9, สารสกัด
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakehoder Theory) ทฤษฎีมีพื้นฐานมาจาก Barnard (1938) ในหนังสือเรื่อง The Fueitions of the Executive ที่นำเสนอมุมมองด้านบวกของผู้จัดการ ในการสนับสนุนการสร้างค่านิยม ซึ่งต่อมา Freeman (1984) เสริมว่าผู้บริหารต้องสร้างความพึ่งพอใจต่อบุคคลที่มีอิทธิพลต่อเป้าหมายของบริษัท ซึ่งประกอบด้วย พนักงาน ลูกค้า ผู้ขาย ปัจจัยการผลิต ชุมชนในท้องถิ่น สิ่งแวดล้อม เป็นต้น จึงกล่าวได้ว่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คือ กลุ่มและบุคคลผู้ซึ่งอาจมีผลต่อหรือได้รับผลกระทบจากภาระกิจของบริษัท ซึ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คือ บุคคลหรือกลุ่มซึ่งมีผลกระทบหรือได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจด้าน นโยบาย และการปฏิบัติงาน ทฤษฎีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจึงเป็นการเสนอวิธีการใหม่ในการจัดระเบียบความคิดเกี่ยวกับความรับผิดชอบของบริษัทที่เดิมมุ่งเน้นการยั่งยืนและการประสบความสำเร็จของบริษัท บนหลักการความสามารถของบริษัทในการสร้างความมั่งคั่ง ให้คุณค่า หรือสร้างความพึงพอใจแค่เพียงถือหุ้นไปสู่การพัฒนาแนวคิดว่าต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อื่น ๆ ร่วมด้วย (Clarkson, 1995)

Tags: รับทำวิจัย รับวิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ spss ปรึกษางานวิจัย รับทํางานวิจัย ด่วน รับจ้างทําวิจัย รับงานคีย์ข้อมูล แบบสอบถาม รับทําวิทยานิพนธ์ราคาเท่าไหร่ รับทำวิจัยออนไลน์ รับวิเคราะห์ spss รับคีย์ ข้อมูล spss ชุด ละ รับทำวิจัย ขอนแก่น รับทำ spss งานวิจัย spss สารนิพนธ์ รับจ้าง run spss วิเคราะห์spss+แบบสอบถาม งาน คีย์ ข้อมูล spss รับวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ spss ราคาเท่าไร รับวิเคราะห์ spss เชียงใหม่ จ้างทํา วิจัย จ้างทําวิทยานิพนธ์ ที่ไหนดี รับทําวิทยานิพนธ์ spss รับเก็บข้อมูล รับแปลเอกสาร เชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก วิเคราะห์ SPSS ชลบุรี ระยอง วิเคราะห์ spss รับวิเคราะห์ข้อมูล spss พิษณุโลก Tags: โควิด-19 ฟ้าทะลายโจร
ทฤษฎีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจึงเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาแนวคิดการสร้างค่านิยมของบริษัท (Creating Shared Value-CSV) สำหรับการสร้างให้เกิดการค่านิยมของบริษัทในมุมมองของ Freeman (1984) กล่าวว่า เป็นหน้าที่ ที่สำคัญของผู้ประกอบการที่ต้องสร้างความพอใจต่อบุคคลที่หลากหลาย ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลต่อเป้าหมายของบริษัท เช่น ผู้ถือหุ้น ผู้ผลิต ผู้ซื้อ คู่ขาย ชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นในมุมมองนี้ผู้ประกอบการบริษัท จำเป็นที่จะต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง (do the right thing) นอกจากนี้ Waldman, Sully de Luque, Washbourn, and House (2006) ได้เห็นถึงความสำคัญของบทบาทผู้ประกอบการ จึงนำไปสู่การประยุกต์ใช้ทฤษฎีภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์โดยใช้แนวคิดของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership)ในการดำเนินกลยุทธ์ด้านการสร้างค่านิยม จึงกล่าวโดยสรุปได้ว่าทฤษฎีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นทฤษฎีที่มีความสัมพันธ์ต่อการเกิดการสร้างการสร้างค่านิยมของบริษัท (Creating Shared Value-CSV) และเชื่อมโยงถึงปัจจัยภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Engagement) จากการศึกษาของ Greenwood (2008) พบว่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความสัมพันธ์กับการดำเนินการด้านการสร้างค่านิยมของบริษัทและหลักแนวคิดด้านการจัดการหรือการวางกลยุทธ์ทางการจัดการมาประยุกต์เข้ากับประเด็นการบริหารจัดการในปัจจุบัน ความต้องการที่จะประสบความสำเร็จและเติบโตในธุรกิจเพื่อเป็นแหล่งสร้างรายได้และความก้าวหน้าให้บริษัท ซึ่งขณะเดียวกันบริษัทก็จำเป็นต้องพึ่งพาสังคม ในแง่ของการเป็นผู้บริโภคสินค้าที่ตนผลิตและให้สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ ความเกี่ยวโยงกันนี้ ทำให้ผู้ประกอบการต้องคำนึงปัญหาเรื่อง ชุมชมสังคม สิ่งแวดล้อม ในการผลิตกระดาษสำหรับบรรจุภัณฑ์อีกด้วย ซึ่งคำนิยามของการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม หมายถึง การใช้ความพยายามที่จะพัฒนากลยุทธ์การจัดการโดยต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม นอกจากจะต้องมุ่งความสำคัญไปยังความต้องการ และความสนใจของตลาดเป้าหมายหรือผู้บริโภคด้วยแล้ว ยังต้องรักษาและอนุรักษ์ความเป็นอยู่ของผู้บริโภค สังคม และภาระความรับผิดชอบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคม สร้างจิตสำนึกในบริษัท (Stanton และ Futrell, 1987)

Ottman (1992) กล่าวว่า การทำการผลิตเพื่อสิ่งแวดล้อมนั้น มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มตระหนักและเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมต่างๆที่ถูกทำลายลง ในส่วนของเทคโนโลยีก็มีการพัฒนาและปรับปรุงวิธีการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นผลิตภัณฑ์ที่ได้ชื่อว่าอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในวันนี้ อาจยังไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถอนุรักษ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะในอนาคตมนุษย์อาจสามารถค้นพบวิธีการใหม่ๆหรือพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในการลดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของแมคโดนัล ในปี 1970 ได้ค้นพบว่า การใช้โฟมบรรจุอาหาร สามารถทำให้อาหารคงความร้อนและใช้ต้นทุนที่ถูกลงซึ่งในยุคนั้น ประชากรโลกยังมีไม่มาก จึงมีพื้นที่ให้ฝังกลบขยะ แต่ต่อมาในปี 1990 ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้เพิ่มมากขึ้น โฟมได้กลายเป็นสิ่งที่ทำลายสิ่งแวดล้อม แมคโดนัลจึงได้เปลี่ยนมาใช้กระดาษแทนโฟมเพื่อช่วยลดมลภาวะของโลก

Coddington (1993) ได้กล่าวถึงการตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green marketing) ว่า คือ ซึ่ง McDaniel และ Rylander (1993) ยังได้ให้ความหมายของการตลาดกิจกรรมทางการตลาดต่างๆที่แสดงให้เห็นถึงการควบคุมดูแลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาความรับผิดชอบในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และยังเป็นโอกาสในการสร้างความเติบโตของบริษัท เพื่อสิ่งแวดล้อม (Green marketing) ว่า เป็นการใช้ความพยายามของนักการตลาดที่จะพัฒนากลยุทธ์การตลาดโดยวางเป้าหมายไปที่ผู้บริโภคซึ่งคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และเป็นกลยุทธ์การตลาดที่นอกจากจะมุ่งให้ความสำคัญที่ลูกค้าและการแข่งขันแล้ว ยังต้องมุ่งให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

นอกจากนี้ Polonsky (1994) ได้ให้คำจำกัดความว่า การตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green marketing) นั้นประกอบไปด้วยกิจกรรมต่างๆที่ถูกสร้างและออกแบบขึ้นเพื่อทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะตอบสนองความต้องการและความจำเป็นของผู้บริโภค ซึ่งความพึงพอใจของผู้บริโภคนั้นต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติจะต้องถูกทำลายน้อยที่สุด โดยส่วนมากผู้คนมักมองว่า การตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อมนั้น เป็นเรื่องของการส่งเสริมการตลาด (Promotion) หรือการโฆษณา (Advertising) ของผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Product) เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว แนวคิดการตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อม มีความหมายที่กว้าง และสามารถนำมาใช้ได้กับสินค้าอุปโภค (Consumer goods), สินค้าอุตสาหกรรม (Industrial Goods) รวมถึงบริการ (Service) (Ingram, D. Durst & P. Durst, 1989)

Ward (2000) ยังได้กล่าวถึงการผลิตสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมว่า เป็นกระบวนการในการขายผลิตภัณฑ์ หรือบริการ ที่อยู่บนพื้นฐานของคุณประโยชน์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับAmerican Marketing Association (AMA) (2008, as cited in Babylon translation, 2009) ได้กล่าวถึงการตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อมว่า คือการตลาดของผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยต่อสภาวะแวดล้อม ดังนั้นการตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อมเป็นการรวมกิจกรรมต่างๆอย่างกว้างๆทั้งการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ การเปลี่ยนแปลงขั้นตอนกระบวนการผลิต และการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น

จากความหมายของการผลิตสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมในมุมมองต่างๆจะเห็นได้ว่าในการทำการผลิตเพื่อสิ่งแวดล้อมในธุรกิจนั้น มีความเกี่ยวข้องกับการคำนึงถึงและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของกิจกรรมทางการผลิต ตั้งแต่กระบวนการผลิต การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การวางแผนการตลาดและการโฆษณา เป็นต้น จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้ประกอบการจะดำเนินการดังกล่าวให้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม พร้อมๆกับพยายามในการค้นหาและตอบสนองความพึงพอใจของผู้บริโภค และสังคมควบคู่กันไป เนื่องจากประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมนี้เป็นโอกาสทางการตลาด สำหรับผู้ประกอบการที่จะนำไปใช้ในการส่งเสริมการขาย หรือเป็นจุดดึงดูดใจผู้บริโภคที่มีความใส่ใจจ่อสิ่งแวดล้อม แต่หากผู้ประกอบการมองเห็นโอกาสนี้เป็นเพียงช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์เพื่อให้ได้กำไรมากกว่าคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมในการปฏิบัติเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมก็ย่อมไม่ใช่วิถีทางทำการตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

การผลิตเพื่อสิ่งแวดล้อมนั้น มีคุณค่าต่อสังคมและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้บริโภค เพราะสามารถช่วยให้สภาพสิ่งแวดล้อมมีความสะอาดและน่าอยู่ขึ้น รวมถึงผู้ผลิตเองก็จะได้รับประโยชน์จากการทำเพื่อสิ่งแวดล้อม เช่น การกำจัดแหล่งน้ำเน่าเสียจะทำให้ไม่มีมลภาวะทางอากาศที่เป็นพิษ หรือการลดปริมาณขยะก็จะสามารถทำให้สภาพแวดล้อมของที่อยู่อาศัยดีขึ้น รวมถึงไม่เป็นการก่อให้เกิดเชื้อโรค ซึ่งสามารถทำให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยผู้ผลิตจะได้รับผลกระทบเชิงบวกต่อยอดขายและกำไรจากการใช้ประเด็นความใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาเป็นจุดจูงใจผู้บริโภคให้ซื้อสินค้า ส่วนผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปจะได้รับคุณภาพชีวิตและสวัสดิภาพทางสังคมที่ขึ้น (Coddington, 1993)

การดำเนินการทางการผลิตเป็นความพยายามที่จะบรรลุเป้าหมายของการแลกเปลี่ยนในสิ่งที่เป็นที่ต้องการระหว่างผู้ผลิตสินค้า กับผู้บริโภคเป้าหมาย ซึ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้มีวิวัฒนาการของแนวความคิดทางการผลิตเพื่อใช้เป็นหลักในการดำเนินกิจกรรมต่างๆทางการผลิตทั้งหมด 6 แนวคิด หรือ 6 ยุคสมัย (Kotler, 2003) แนวความคิดแรกคือแนวความคิดทางด้านการผลิต (Production Concept) เป็นแนวคิดที่เก่าแก่ที่สุด โดยในการดำเนินธุรกิจจะเน้นที่การผลิตหรือความสามารถของการผลิตเป็นหลัก ยึดหลักในการพัฒนาการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพด้วยต้นทุนต่ำ และมีการกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง ซึ่งทำให้ผู้บริโภคหาซื้อผลิตภัณฑ์ได้ง่ายและราคาไม่แพง ต่อมาคือยุค แนวคิดทางด้านผลิตภัณฑ์ (Product Concept) ในยุคนี้ผู้บริโภคเริ่มมองหาสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น ต้องการซื้อสินค้าที่มีคุณภาพสูงสุด หรือใช้งานได้ดีที่สุด หรือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะใหม่ๆอยู่เสมอ ดังนั้น ผู้ผลิตจึงหันไปเน้นที่การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมากกว่าการผลิตสินค้าปริมาณมากๆเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าของตนเอง

ในยุคต่อมา คือยุคแนวความคิดทางด้านการขาย (Selling Concept) ในยุคนี้ มุ่งให้ความสำคัญที่ความพยายามในการขาย และการทำการส่งเสริมการตลาด เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อสินค้า โดยให้ความสำคัญกับผู้ขายมากกว่าความต้องการของผู้ซื้อ เริ่มมีการนำเทคนิคในการขายเข้ามาช่วยเพื่อให้สินค้าของตนขายได้มากกว่าคู่แข่ง และผู้บริโภคก็มักที่จะซื้อสินค้าที่มีการส่งเสริมการตลาด ต่อมาคือยุค แนวคิดทางด้านการตลาด (Marketing Concept) เน้นถึงความต้องการและความพึงพอใจของผู้บริโภค เป็นแนวคิดที่เชื่อว่าการเพิ่มคุณค่าในสินค้าของตนเองให้เหนือกว่าคู่แข่ง จะทำให้ผู้บริโภคเกิดการซื้อซ้ำ และนำไปสู่ความภักดีในตราสินค้า (Brand loyalty) แต่ทั้งนี้ก็ต้องคำนึงถึงกำไรด้วย ดังนั้น ผู้ผลิตจึงเน้นไปที่การพัฒนาสินค้าและกำหนดกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของบริษัท

Kotler (2003) ได้ชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างแนวคิดทางด้านการขายและทางการตลาดว่า แนวความคิดการขายจะเริ่มต้นที่ความต้องการขายของผู้ขาย และถูกแปรเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเสนอขายโดยผูกพันกำไรจากยอดขาย ส่วนแนวความคิดทางการตลาด จะมุ่งเน้นที่ความต้องการของผู้บริโภคก่อน แล้วจึงผสมผสานกิจกรรมต่างๆทางการตลาด เพื่อสร้างและส่งมอบคุณค่าต่างๆให้กับผู้บริโภคเพื่อสร้างผลกำไรจากความพึงพอใจของผู้บริโภค แนวคิดด้านการตลาดมีปัจจัยหลักอยู่ 4 ประการคือ
1.) ตลาดเป้าหมาย (Target Market) คือ การกำหนดและเลือกตลาดที่เป็นเป้าหมายให้ชัดเจน จากนั้นจึงกำหนดตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ และเครื่องมือทางการตลาดให้ตอบสนองความพึงพอใจของผู้บริโภคที่เป็นเป้าหมาย
2.) ความต้องการของลูกค้า (Customer Needs) คือ การทำความเข้าใจในความต้องการและความปรารถนาของผู้บริโภคที่แท้จริง
3.) การตลาดแบบผสมผสาน (Intergrated Marketing) คือ การที่ทุกแผนกในบริษัททำงานประสานกันโดยนำส่วนผสมทางการตลาดมาใช้ ทั้งเรื่องผลิตภัณฑ์ (Product) ราคา (Price) การจัดจำหน่าย (Place) และการส่งเสริมการตลาด (Promotion) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
4.) ความสามารถในการทำกำไร (Profitability) เป็นจุดมุ่งหมายสุดท้ายของแนวคิดด้านการตลาดเพื่อให้บริษัทธุรกิจบรรลุวัตถุประสงค์ ซึ่งก็คือการทำกำไรผ่านความพึงพอใจของผู้บริโภค

ยุคที่ 5 คือ แนวคิดทางด้านลูกค้า (Customer Concept) เป็นยุคที่ผู้ผลิตเน้นถึงความต้องการและความพึงพอใจของผู้บริโภคเป็นรายบุคคล โดยใช้วิธีนำเสนอสินค้า หรือบริการและข่าวสารที่เหมาะสมแก่ผู้บริโภคเป็นรายบุคคล ซึ่งการเข้าถึงผู้บริโภคจะต้องอาศัยรวบรวมข้อมูลข่าวสารของผู้บริโภคแต่ละราย ทั้งด้านลักษณะทางประชากร และลักษณะทางด้านจิตวิทยา รวมทั้งความถึงพอใจที่มีต่อสื่อและการจัดจำหน่าย เพื่อที่จะสร้างผู้บริโภคให้เกิดความภักดีต่อตราตราสินค้าของตนเอง

ในปัจจุบันนี้ เป็นยุคสมัยที่สิ่งแวดล้อมกำลังเสื่อมโทรมและถูกทำลายลง ทรัพยากรธรรมชาติก็เริ่มที่จะหมดสิ้นไป อีกทั้งประชากรของโลกก็เพิ่มมากขึ้น ธุรกิจต่างๆถูกมองว่าเป็นต้นเหตุแห่งวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น การผลิตอาหารโดยใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ การผลิตเครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้น้ำมันและก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ การทำให้ปริมาณขยะเพิ่มสูงขึ้น เป็นต้น

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เผยแพร่ให้ความรู้ เพื่อเป็นประโยชน์แก่นักศึกษา และบุคคลทั่วไป
ไม่ใช่เพื่อการค้า อนุญาตแบบเดียวกัน

หน้าแรก